Sunday, 6 November 2022
ครั้งที่ 12
อาจารย์ให้ทำมายแมพปิ้งโดยให้หัวข้อ คุณลักษณะของบุคคลในศตวรรษที่ 21 หลังจากทำเสร็จก็นำไปติดที่ผนังห้อง เพื่อที่จะให้เพื่อนๆทุกคนได้ดูผลงานของเราและอาจารย์ก็จะคอมเมนท์ว่าเราทำผิดตรงไหน อย่างไร
ครั้งที่ 11
สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
แนวคิดของ Diana Baumrind’s Parenting
การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ
1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม
2) ปัจจัยด้านสภาพ แวดล้อม
โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความ สามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วน สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้น เร็วหรือล่าช้าได้ โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็น ปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ
1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand)
2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive)
Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)
สรุปเป็นตารางได้ดังนี้
จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเองตลอดจนมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3 แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบ ตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี เด็กที่ได้รับการอบรม เลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวก คือ มีการ ควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง
กล่าวได้ว่ารูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มี ประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชน เจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ
ครั้งที่ 10
เริ่มประดิษฐ์ของเล่นสำหรับเด็กตามที่กลุ่มเราวางแผน โดยกลุ่มของหนูจะเลือกทำเป็นขวดน้ำเขย่าให้เกิดเสียง เพื่อให้เด็กจับคู่ขวดที่มีเสียงเหมือนกัน ในขวดหนูใส่หิน ใส่ลูกปัด และข้าวสารลงไป ทำเป็นคู่ไว้ เพื่อให้เด็กทายและจับคู่ขวดที่เสียงเหมือนกัน
ครั้งที่ 9
อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แล้วอาจารย์ให้เราวางแผนว่าจะทำของเล่นของแต่ละช่วงวัยให้เหมาะสมมีอะไรบ้าง โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อ คือ
1.ของเล่นพัฒนาการเด็กแรกเกิด -1 ปี
2.ของเล่นพัฒนาการเด็ก 1-2 ปี
3.ของเล่นพัฒนาการเด็ก 2-3 ปี
หลังจากวางแผนในกลุ่มเสร็จ ก็ไปนำเสนอให้อาจารย์ว่าผ่านหรือไม่ผ่านยังไง
ครั้งที่ 6
ครั้งที่ 5
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
เขียนลงในกระดาษกลางกระดาษว่า เด็กปฐมวัย หลังจากนั้นก็เขียนหัวข้อย่อย โดยแบ่งหน้ากระดาษ
ให้เขียนหัวข้อย่อย จำนวน 8 ข้อ ให้พอดีกระดาษ หัวข้อย่อยมีดังนี้
- อายุเท่าไหร่
- พัฒนาการอะไรบ้าง
- วิธีการเรียรรู้
- ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
- หลักการอบรมเลี้ยงดู
- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
- สื่อการส่งเสริมการเรียนรู้
- การประเมิน
สิ่งที่ได้รู้
ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย โดยการต้องการที่ศึกษาในด้านต่างๆเพื่อพัฒนา ส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้ถูกต้อง รวมถึงการอบรมเลี้ยงดู เด็กปฐมวัยอย่างไรให้ไปทางที่ดี โดยอาศัยปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อม สื่อการสอน การอบรมเลี้ยงดูแบบไหน ให้มีความหลากหลายในการสอนเด็กอีกทั้งยังสามารถพัฒนาด้านสมอง ร่างกาย ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ สังคมของเด็กด้วย
ครั้งที่ 4
อาจารย์ให้ทำสื่อการสอนปฐมวัย สื่อการสอนที่ทำให้วันนี้เป็นการออกแบบตัวการ์ตูน เป็นรูปการ์ตูนอะไรก็ได้ ตามใจที่เราชอบ ตัดแล้วพับให้ออกมาเป็นตามรูปเป็นสื่อการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย















