สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
แนวคิดของ Diana Baumrind’s Parenting
การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ
1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม
2) ปัจจัยด้านสภาพ แวดล้อม
โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความ สามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วน สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้น เร็วหรือล่าช้าได้ โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็น ปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ
1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand)
2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive)
Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)
สรุปเป็นตารางได้ดังนี้
จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเองตลอดจนมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3 แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบ ตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี เด็กที่ได้รับการอบรม เลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวก คือ มีการ ควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง
กล่าวได้ว่ารูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มี ประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชน เจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ

No comments:
Post a Comment